Nokia จับมือ Intel พัฒนาซิมเบียนโฟน
อินเทลร่วมมือโนเกีย พัฒนาสมาร์ทโฟนที่รันระบบปฏิบัติการซิมเบียน หรือซิมเบียนโฟน ด้วยเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตจากตลาดสมาร์ทโฟนที่คาดว่าจะแตะระดับ 20 ล้านหน่วยในสิ้นปีนี้
บริษัทโนเกีย (NokiaM) และบริษัทอินเทล (Intel) เบอร์ 1 ของโลกโทรศัพท์มือถือและพีซีโปรเซสเซอร์ เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า โนเกียและอินเทลจะร่วมกันพัฒนาสมาร์ทโฟนที่รันระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Simbian)
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เป็นคู่ที่เหมาะสม เพราะอินเทลเองก็ต้องการขยายธุรกิจของตัวเองในกลุ่มโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็เป็นการบีบผู้ผลิตชิปโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ อย่างเท็กซัสอินสตรูเมนต์ส (Texas Instruments; TI) และเอสทีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (STMicroelectronics) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อโนเกีย
ด้านบริษัทซิมเบียนกล่าวว่า ซิมเบียนเองก็มีการร่วมมืออยู่กับบริษัทอินเทลเช่นกัน โดยมีเป้าหมายที่การสร้างแบบอ้างอิงของชิปและซอฟต์แวร์สำหรับโทรศัพท์มือถือ เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์กึ่งสำเร็จรูปสำหรับให้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ปัจจุบันอินเทลมีดีไซน์มาตรฐานอยู่แล้ว แต่เป็นแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือที่รันระบบปฏิบัติการ Windows for Smartphone ของไมโครซอฟท์ (Microsoft) อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม Series 60 ของโนเกียที่รันซิมเบียนโอเอสเป็นที่นิยมมากกว่า
คาดว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะขยายตัวถึง 20 ล้าน ในเทอมของโวลุ่ม ภายในปี 2004 และส่วนใหญ่รันซิมเบียนโอเอส ตามการวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยชั้นนำของโลก
อินเทลมองตลาดโทรศัพท์มือถือว่าเป็นโอกาสสำหรับการเติบโต เพราะโปรเซสเซอร์สมรรถนะสูงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อรันแอพพลิเคชั่นต่างๆ แต่อินเทลในวงการโทรศัพท์มือถือยังไม่มีบทบาทมากนัก ทั้งนี้ผู้ผลิตชิปโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลกได้แก่ บริษัทเท็กซัสอินสตรูเมนต์ส , เอสทีอิเล็กทรอนิกส์ และฟิลิปส์ (Philips)
โทรศัพท์มือถือจำนวน 27 โมเดลจาก 6 ผู้ผลิตชั้นนำรันซิมเบียนโอเอส และอีก 40 โมเดลจาก 10 ผู้ผลิตกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ตามการเปิดเผยของ เดวิด เลวิน (David Levin) ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทซิมเบียน กล่าว
"เชื่อว่าปี 2008-2009 ตลาดซิมเบียนโฟนจะขยายถึง 200 ล้านหน่วยทีเดียว" เขากล่าว